เกี่ยวกับกองทุน

about banner

ทำไมต้อง JASIF

  • JASIF เสนอผลตอบแทนที่น่าสนใจและสม่ำเสมอ
    นักลงทุนจะมีโอกาสได้รับเงินลงทุนคืนในรูปของการลดเงินทุนเมื่อ JASIF มีสภาพคล่องส่วนเกิน และมีโอกาสได้รับเงินปันผลในกรณีที่ JASIF มีกำไรสะสมเพียงพอ โดยกองทุนมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่าปีละ 2 ครั้ง โดยเมื่อรวมแล้วในแต่ละรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว ซึ่งตามที่ปรากฏอยู่ในหนังสือชี้ชวน สำหรับปี 25581 คาดว่าผู้ลงทุนจะได้รับเงินคืนจากการลงทุนและเงินปันผลรวมเป็นอัตราร้อยละ 8.6 - 9.0 โดยแบ่งเป็น การจ่ายเงินปันผลร้อยละ 7.8 - 8.2 และการจ่ายคืนเงินลงทุนด้วยการลดทุนร้อยละ 0.8 ทั้งนี้ อัตราเงินปันผลและเงินลดทุนดังกล่าวคำนวณจากขนาดกองทุนในช่วง 55,000 – 57,750 ล้านบาท และจากสมมุติฐานว่าผลกำไรส่วนใหญ่มาจากรายได้ค่าเช่า และหักค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งเป็นเพียงการแสดงประมาณการสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2558 และไม่อาจรับรองผลได้
  • มีโอกาสที่จะลงทุนในทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงเพิ่มเติมในอนาคต
    JASIF มีสิทธิในการได้รับคำเสนอก่อน (Right of First Offer) กล่าวคือ หากในอนาคต TTTBB มีความประสงค์ที่จะขายเส้นใยแก้วนำแสง (OFC) เพิ่มเติม ซึ่ง TTTBB ใช้ในการประกอบธุรกิจแก่บุคคลภายนอกใดๆ ซึ่งมีมูลค่าที่เสนอสูงกว่า 1,000 ล้านบาทในรอบระยะเวลา 12 เดือนใดๆ TTTBB จะต้องทำคำเสนอขายทรัพย์สินดังกล่าวแก่ JASIF
  • เส้นใยแก้วนำแสงเป็นอุตสาหกรรมที่มีส่วนช่วยผลักดันเศรษฐกิจ
    โครงข่ายเส้นใยแก้วนำแสงเป็นปัจจัยพื้นฐานสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตซึ่งถูกคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตสูง ทั้งนี้ประเทศไทยยังมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในระดับต่ำ โดย ณ เดือนธันวาคม ปี 2556 มีอัตราประมาณร้อยละ 24.6 เมื่อเทียบกับอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของประเทศ ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลี และสิงคโปร์ ซึ่งมีอัตราอยู่ระหว่างในช่วงร้อยละ 70.3 - 99.6 ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2559 และ 2562 จะมีอัตราร้อยละ 35.4 และร้อยละ 44.0 ตามลำดับ (ที่มา : Media Partners Asia Limited)
  • มั่นใจในโอกาสรับผลตอบแทนจากเส้นใยแก้วนำแสงจากการให้ TTTBB เช่า
    TTTBB ในฐานะผู้เช่าหลัก มีผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในเกณฑ์ดี และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยได้รับผลดีจากการเติบโตของผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในประเทศไทย โดยในปี 2556 TTTBB มีรายได้ประมาณ 9,623 ล้านบาท ด้วยอัตราการเติบโตสะสมรายปี (CAGR) ที่ร้อยละ 22.6 ต่อปี ในระหว่างปี 2554 ถึงปี 2556 และล่าสุดในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2557 มีรายได้ประมาณ 8,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.70 ในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในปี 2554 เท่ากับ 2,850 ล้านบาท ในปี 2556 เท่ากับ 4,610 ล้านบาท ด้วยอัตราการเติบโตสะสมรายปี (CAGR) ที่ร้อยละ 27.2 ต่อปี ในระหว่างปี 2554 ถึงปี 2556 และในช่วง 9 เดือนล่าสุดสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2557 มี EBITDA ประมาณ 4,098 ล้านบาท ตามลำดับ
  • คุ้มค่ามากขึ้นกับประโยชน์ทางภาษี
    บุคคลธรรมดาไม่มีภาษีจากกำไรจากการขายหน่วยลงทุน และได้รับยกเว้นภาษีเงินปันผล 10 ปี นับแต่วันจัดตั้งกองทุน2
  • ผู้สนับสนุนและผู้เช่าหลัก (JAS และTTTBB) บริหารงานโดยผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในธุรกิจโทรคมนาคม
    ทีมผู้บริหารของ JAS และ TTTBB ประกอบด้วยบุคคลากรที่มีวิสัยทัศน์และประสบการณ์ในธุรกิจบรอดแบนด์และธุรกิจโทรคมนาคม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน JAS จะถือหน่วยลงทุน JASIF จำนวนร้อยละ 33.33 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดในปีที่ 1-3 และจะถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 19 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดในปีที่ 4-6 หลังจากนั้น
  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
  • การที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้อนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2558 มิได้เป็นการแสดงว่าคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้รับรองถึงความครบถ้วนและถูกต้องของข้อมูลในการเสนอขายและมิได้ประกันราคาหรือผลตอบแทนของกองทุน
หมายเหตุ

1. อัตราการจ่ายคืน การจ่ายเงินปันผล และการทยอยจ่ายคืนเงินลงทุนด้วยการลดทุน มีสมมติฐานว่า กองทุนซื้อขายทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงในวันที่ 1 ธ.ค. 2557

2. บุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษี 10 ปี จากเงินปันผลนับจากวันจดทะเบียนจัดตั้งกองทุน โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ การยกเว้นภาษีเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาออกตามประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 544) พ.ศ. 2555 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร