เกี่ยวกับกองทุน

about banner

ทำไมต้อง JASIF

  • JASIF เสนอผลตอบแทนที่น่าสนใจและสม่ำเสมอ
    นักลงทุนจะมีโอกาสได้รับเงินลงทุนคืนในรูปของการลดเงินทุนเมื่อ JASIF มีสภาพคล่องส่วนเกิน และมีโอกาสได้รับเงินปันผลในกรณีที่ JASIF มีกำไรสะสมเพียงพอ โดยกองทุนมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่าปีละ 2 ครั้ง โดยเมื่อรวมแล้วในแต่ละรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว ซึ่งตามที่ปรากฏอยู่ในหนังสือชี้ชวนฉบับเสนอขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติม
  • มีโอกาสที่จะลงทุนในทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงเพิ่มเติมในอนาคต
    ณ ปัจจุบัน JASIF มีการลงทุนเพิ่มเติมไปแล้วจำนวน 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา หากในอนาคต TTTBB มีความประสงค์ที่จะขายเส้นใยแก้วนำแสง (OFC) เพิ่มเติม ซึ่ง TTTBB ใช้ในการประกอบธุรกิจแก่บุคคลภายนอกใดๆ ซึ่งมีมูลค่าที่เสนอสูงกว่า 1,000 ล้านบาทในรอบระยะเวลา 12 เดือนใดๆ TTTBB จะต้องทำคำเสนอขายทรัพย์สินดังกล่าวแก่ JASIF พิจารณา
  • มั่นใจในโอกาสรับผลตอบแทนจากเส้นใยแก้วนำแสงจากการให้ TTTBB เช่า
    TTTBB ในฐานะผู้เช่าหลัก มีผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในเกณฑ์ดี และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยได้รับผลดีจากการเติบโตของผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในประเทศไทย โดยในปี 2562 TTTBB มีรายได้รวมประมาณ 36,229 ล้านบาท ในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA)ก่อนจ่ายค่าเช่าให้กองทุนในปี 2562 เท่ากับ 12,453 ล้านบาท
  • คุ้มค่ามากขึ้นกับประโยชน์ทางภาษี

    บุคคลธรรมดาไม่มีภาษีจากกำไรจากการขายหน่วยลงทุน และได้รับยกเว้นภาษีเงินปันผล 10 ปี นับแต่วันจัดตั้งกองทุน

    หมายเหตุ: บุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษี 10 ปี จากเงินปันผลนับจากวันจดทะเบียนจัดตั้งกองทุน โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ การยกเว้นภาษีเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาออกตามประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 544) พ.ศ. 2555 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

  • ผู้สนับสนุนและผู้เช่าหลัก (JAS และTTTBB) บริหารงานโดยผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในธุรกิจโทรคมนาคม

    ทีมผู้บริหารของ JAS และ TTTBB ประกอบด้วยบุคคลากรที่มีวิสัยทัศน์และประสบการณ์ในธุรกิจบรอดแบนด์และธุรกิจโทรคมนาคม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน JAS จะถือหน่วยลงทุน JASIF โดยมีรายละเอียดดังนี้

    ระยะเวลาภายหลังวันที่ธุรกรรมซื้อขายทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงส่วนเพิ่มเสร็จสิ้น สัดส่วนการถือหน่วยลงทุนขั้นต่ำของผู้สนับสนุนภายหลังการเพิ่มทุน*
    ปีที่ 1- ปีที่ 6 ร้อยละ 19
    ปีที่ 7 – สิ้นสุดสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมและแทนที่สัญญาเช่าหลัก ร้อยละ 15**
    ภายหลังสิ้นสุดสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมและแทนที่สัญญาเช่าหลัก ร้อยละ 0

    หมายเหตุ *หน่วยลงทุนที่ผู้สนับสนุนถือและถูกห้ามขายสามารถนำไปเป็นหลักประกันเพื่อกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินได้และสถาบันการเงินสามารถบังคับขายหน่วยลงทุนได้ซึ่งหากสถาบันการเงินบังคับขายหลักประกันดังกล่าวแล้วอาจทำให้ผู้สนับสนุนมีสัดส่วนการถือหน่วยลงทุนต่ำกว่าที่กำหนดได้

    ** สัดส่วนการถือหน่วยลงทุนที่ผู้สนับสนุนถือจะลดลงเป็นร้อยละ 0 ในกรณีที่กองทุนได้ชำระคืนเงินกู้ให้กับสถาบันการเงินผู้ให้เงินกู้แก่กองทุนจนครบแล้วทั้งจำนวน

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
  • การที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้อนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2558 และอนุมัติให้จดทะเบียนเพิ่มเงินทุนของโครงการจัดการกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 มิได้เป็นการแสดงว่าคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้รับรองถึงความครบถ้วนและถูกต้องของข้อมูลในการเสนอขายและมิได้ประกันราคาหรือผลตอบแทนของกองทุน